จะรู้อย่างไรว่าต้องเปลี่ยนคอยล์บุหรี่ไฟฟ้าตอนไหน

การเปลี่ยนคอยเป็นเรื่องพื้นฐานสำหรับผู้ใช้งานบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น รวมถึงความปลอดภัยในการใช้งาน โดยส่วนใหญ่แล้วคอยมักจะทำมาจากลวดและสำลี ซึ่งจะชุ่มไปด้วยน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่มีคอยให้ความร้อนเพื่อสร้างไอน้ำที่เราสูดเข้าไป หากไม่ทำการเปลี่ยนตามช่วงเวลาที่สมควร จะทำให้เกิดกลิ่นและรสชาติที่แปลกเมื่อใช้งาน ดังนั้นจึงต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษหากอยากจะให้บุหรี่ไฟฟ้าอยู่กับเราไปนาน ๆ

สัญญาณที่บอกว่าเราควรเปลี่ยนคอยล์ใหม่

มีอาการหลายอย่างที่บอกให้เรารู้ว่าถึงเวลาเปลี่ยนคอยล์ใหม่แล้ว แต่ถ้าอยากให้มั่นใจ

  • รู้สึกถึงกลิ่นไหม้เมื่อใช้งาน นี่อาจเป็นสัญญาณที่สังเกตได้ชัดเจนที่สุดว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนคอยล์ การสูบไอจากคอยล์ที่ไหม้ จะส่งผลให้ไอที่สูดเข้าไปมีรสที่ไม่พึงประสงค์ ซึ่งอาจทำให้ไอและทำให้คุณรู้สึกไม่สบายได้ ทันทีที่คุณสังเกตได้ถึงกลิ่นไหม้เล็กน้อย ให้เริ่มมองหาคอยล์ใหม่ได้แล้ว
  • รู้สึกถึงรสชาติที่เปลี่ยนไป สิ่งนี้จะมาก่อนกลิ่นไหม้เสมอ ถ้าเป็นคนที่ใช้น้ำยากลิ่นเดิมบ่อย ๆ ย่อมรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของรสสัมผัสที่คุ้นเคย ดังนั้นถ้ารู้สึกได้หาคอยล์มาเปลี่ยนได้เลย ไม่ต้องรอให้มันไหม้ก่อนเพื่อที่จะใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง
  • ควันที่ออกมาน้อย เพราะอายุการใช้งานของคอยล์ที่มากขึ้นจะส่งผลต่อปริมาณไอน้ำที่ผลิตออกมาได้ ดังนั้นถ้าสังเกตเห็นว่าไอเริ่มออกมาน้อยอย่างที่ไม่เคยเป็น อาจจะถึงเวลาที่คุณต้องเริ่มทำการเปลี่ยนคอยล์ใหม่ได้แล้ว หรือจะใช้ต่อเรื่อย ๆ รอจนกว่าจะอาการหนักกว่านี้ แต่ให้ระวังว่าอาการควันน้อยนี้เกิดขึ้นจากปัญหาเรื่องแบตเตอรี่ด้วยเหมือนกัน ดังนั้นจึงควรเช็คทั้งสองอย่างนี้ก่อนเป็นอันดับแรก
  • น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ารั่ว ปัญหานี้เกิดขึ้นได้แต่อาจไม่บ่อยนัก สามารถแกะเพื่อเช็คได้หากเป็นรุ่นที่สามารถถอดประกอบชิ้นส่วนได้ ให้ลองถอดออกมาเช็ดทำความสะอาดก่อน ตรวจสอบแบตเตอรี่ว่าใช้ได้ แล้วประกอบอุปกรณ์กลับเข้าไปใหม่ หากยังรั่วอยู่ อาจเป็นไปได้ว่าต้องเปลี่ยนคอยล์ใหม่ ถอดคอยล์ออกแล้วลองดูอีกครั้ง ถ้ายังไม่ได้อีกคงถึงเวลาเปลี่ยนบุหรี่ไฟฟ้าตัวใหม่แล้ว

เราควรต้องเปลี่ยนคอยล์ตัวใหม่บ่อยแค่ไหน

คอยล์บุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ตลอดไป เอาตามจริงมันเป็นวัสดุสิ้นเปลืองที่เราต้องเปลี่ยนอยู่ประจำ เพราะมันต้องทนต่อการทำความร้อน ๆ ซึ่งหมายความว่ามันจะหมอายุขัยไปในที่สุด ทำให้เราจำเป็นต้องเปลี่ยนคอยล์ เป็นประจำ ทุกๆ 1-4 สัปดาห์โดยประมาณ ส่วนเปลี่ยนบ่อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ รวมถึงอุปกรณ์ และน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่คุณเลือกใช้ หากใช้น้ำยาแบบ VG จะต้องเปลี่ยนคอยล์บ่อยกว่าถ้าแบบ PG

เนื่องจากน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่มีค่า VG สูงจะมีแนวโน้มที่จะสร้างสารตกค้างมากขึ้น ซึ่งอาจอุดตันได้ง่าย รวมไปถึงรสชาติบางชนิดอาจก่อให้เกิดสารตกค้างมากขึ้น โดยเฉพาะรสที่เป็นกรดมากกว่า นอกจากนี้ลักษณะการใช้งานก็ยังส่งผลต่ออายุคอยล์ด้วย เช่นการใช้งานที่ต่อเนื่องนานเกินไป ก็อาจทำให้เกิดการเสื่อมและไหม้ในที่สุด

วิธีการถอดบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อเปลี่ยนคอยล์

บุหรี่ไฟฟ้าแต่ละตัวมีความแตกต่างกัน ดังนั้นให้ตรวจสอบคู่มือเพื่อดูวิธีการถอดที่ถูกต้อง ระหว่างนี้ให้หากระดาษทิชชู่พันไว้รอบ ๆ  อุปกรณ์เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าหกใส่มือ จำไว้ว่าสามารถถอดประกอบได้เฉพาะบุหรี่ไฟฟ้าที่เป็นระบบเปิดเท่านั้น

  • เทน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่เหลืออยู่ออกจากเครื่องให้หมด การจะเปลี่ยนคอยล์ต้องทำโดยระหว่างที่แทงค์น้ำยาว่างเท่านั้น
  • หยดน้ำยาใหม่ลงคอยล์ เป็นขั้นตอนที่สำคัญมากเพื่อให้เวลาน้ำยาซึมเข้าไปในคอยล์ได้อย่างเต็มที่ ถ้าหากไม่ทำตามคำแนะนำอาจทำให้คอยล์ไหม้ได้ ดังนั้นถ้าเป็นคอยล์ใหม่ให้หยดน้ำยาอย่างน้อย 3 – 4 ลงไปในคอยล์ก่อน หลังจากนั้นให้ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที
  • ถอดคอยล์เก่าออก ด้วยการไขน็อตใต้เครื่อง และใส่คอยล์ใหม่เข้าไปแทนที่ อย่าลืมใช้กระดาษทำความสะอาดคราบน้ำยาที่อาจหลงเหลืออยู่
  • เติมน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า เมื่อทุกอย่างประกอบเข้าที่หมดแล้ว เติมให้เต็มความจุของแทงค์ แค่นี้บุหรี่ไฟฟ้าของคุณก็พร้อมสำหรับการใช้งานอีกครั้งแล้ว

ยืดอายุคอยล์บุหรี่ไฟฟ้าด้วยน้ำยาคุณภาพดี

นอกจากปัจจัยหลายอย่างทางเทคนิคแล้ว การใช้น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่คุณภาพดีก็มีส่วนช่วยด้วยเช่นกัน โดยปกติแล้วน้ำยาธรรมดาจะอยู่ได้ประมาณ 3 – 5 วัน หากเลือกน้ำยาคุณภาพ อาจช่วยให้คอยล์ใช้ได้นานถึง 2 สัปดาห์เลยทีเดียว เนื่องจากปริมาณของสารต่าง ๆ ในน้ำยาที่เข้มข้นไม่เท่ากัน หากเป็นน้ำยาไม่ได้คุณภาพก็อาจทำให้คอยล์ไหม้ตั้งแต่วันแรกเลยก็ได้ แต่ทั้งหมดนี้ก็ยังต้องใช้ควบคู่กับคำแนะนำที่เราได้นำเสนอจะได้ผลดีที่สุด

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะช่วยให้ทุกคนสามารถจัดการกับคอยล์บุหรี่ไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง และสามารถยืดอายุขัยของคอยล์บุหรี่ไฟฟ้าของเราให้อยู่นานที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ ซึ่งนอกจากประหยัดทั้งเวลาในการเปลี่ยนแล้ว ยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าของเราเก็บไว้ใช้ลงทุนกับน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า และของแต่งอื่น ๆ ได้อีกมากเลยทีเดียว